June 29, 2022

ufabet168 vip สมัครแทงบอล แทงบาคาร่า มั่นใจด้วยระบบที่เหมาะสมที่สุด

ufabet168 vip สมัครแทงบอล แทงบาคาร่า มั่นใจด้วยระบบที่เหมาะสมที่สุด

ufabet168 vip

ufabet168 vip UFABETเว็บไซต์ตรง รับเดิมพันออนไลน์ทุกต้นแบบ มาพร้อมด้วยการอัพเดท เกมใหม่ตลอดช่วงเวลา บาคาร่าสายฟ้า ที่มีลูกเล่นบันเทิงใจเร้าใจ พร้อมตัวคูณถึง 500เท่า สามารถสร้างผลกำไร เยอะมากๆมหาศาล หมดเป็นห่วงเรื่องความเด็ดเดี่ยว เพราะเป็นเว็บไซต์ใหญ่ การเงินแข็งแรงที่สุด

เกมสล็อตมาใหม่ กราฟฟิกสุดสวย ที่รางวัลแจ็คพอต แตกไม่ยากแตกบ่อยครั้งที่สุด การจูงใจให้เกิดการใช้จ่ายอีกเยอะมาก รับได้ทันทีข้างในเกม และกิจกรรมโบนัสอีกเพียบเลยรออยู่ สมัครUFABET กับเว็บไซต์ชั้นหนึ่งอันดับ1

สมัครได้ที่ windbet168

ufabet168 vip

ufabet168 info

โปรโมชั่น

สมัครใหม่รับ 100% ของยอดฝากสูงสุด 2000 บาท

ฝาก 1000 รับ 1 golden ticket

ทายผลบอลลุ้น 500 บาท

สอบถามข้อมูล ได้ที่ Line @wind168

windbet168

LINE : @wind168

Home ฉลาดคิด เฉียบแหลมใช้ หนี้ดี VS หนี้เสีย ทราบเท่าทัน ก่อนไม่เหลือเงินในกระเป๋าสักบาท!
หนี้ดี VS หนี้เสีย รู้เท่าทัน ก่อนไม่เหลือเงินในกระเป๋าสักบาท!

หนี้ไหนดี? หนี้ไหนเสีย? เป็นที่โต้เถียงกันบ่อยครั้งหลากหลายคดัง แต่ที่จริงก็คือ

หนี้ดี คือว่า หนี้สร้างค่าแรง อย่างเช่น การลงทุนหยิบยืมเงินจากสถานที่ให้บริการเรื่องที่เกี่ยวกับเงินมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อจะให้เช่าแล้วได้ส่วนต่างเป็นกระแสเงินสด

ส่วนหนี้เสีย หมายถึงว่า หนี้ไม่สร้างค่าตอบแทน เช่น หนี้ที่เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการซื้อของใช้จ่ายแบบสูญเปล่า หรือใช้จ่ายเกินตัว และไม่สามารถที่จะจัดแจงกำกับการได้จนกระตุ้นให้เกิดเงินที่ยังติดค้างอยู่และจะต้องใช้คืนวนเวียนเป็นวงรอบจนไม่อาจแก้ไขอะไรได้

จากข้อพินิจดังกล่าวข้างต้นจะทำให้พวกเราวิเคราะห์ตัวเองได้อย่างสะดวกสบาย ว่า จริงๆ แล้วหนี้ที่พวกเรามีอยู่รายวันนี้เป็นหนี้แบบไหนกันแน่

อย่าทำเป็นนึกไม่ออกนะว่า การเป็นหนี้ไม่น่าจะใช่เรื่องผิด แต่จะไม่ถูกหากเป็นหนี้แล้ว ไม่รู้จักดีการบริหารจัดแจงหนี้ที่ถูกต้อง ไม่สามารถจ่ายตามกำหนดเวลาชำระได้ และสุดท้ายแปรเปลี่ยนเป็นทำให้การเงินของชีวิตพวกเราดิ่งลง แบบนี้พูดเลยว่าไม่เหมาะสมอย่างแน่นอน ทีนี้มาดูกันว่าถ้าหากพวกเรามีหนี้เสีย โทษของมันมีอะไรบ้าง และพวกเราควรจะจะควบคุมจัดการมันยังไง?

หนี้เสีย
หนี้เสีย เป็นอะไรที่คนไหน ๆ ก็ไม่ต้องการที่จะอยากจะพบพบเห็นอย่างแน่ๆ เนื่องจากส่งผลในระยะยาวในการดำเนินชีวิต สร้างข้อขัดข้อง และนำมาซึ่งการทำให้คลาดโอกาสอื่น ๆ สำหรับเพื่อการใช้ชีวิตได้อย่างยิ่งจริงๆ บันทึกเรื่องราวในวันนี้จะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักเกี่ยวกับกับหนี้เสียกันค่ะว่า หนี้เสีย เป็นยังไง ? พร้อมชี้แนะแนวทางการแก้ปัญหาเมื่อกำลังพบสถานการณ์เป็นหนี้เสีย

หนี้เสีย คืออะไร
หนี้เสีย คือ หนี้ที่มิได้รับการชำระคืนตามหลักเกณฑ์ตกลงกันตามข้อตกลง หนี้เสีย หรือ Non-Performing Loan (NPL) เป็นฐานะทางด้านที่เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินที่สถาบันทางการเงิน หรือผู้ให้บริการเงินลงทุนที่เราสมัครสินเชื่อเรื่อง ได้เกิดการรายงานว่า ผู้ขอสินเชื่อปฎิเสธการจ่ายเงิน โดยไม่เกิดการชำระหนี้ช้านานเกินปริมาณวันที่ระบุ

ซึ่งข้อมูลดังที่กล่าวมาแล้วจะถูกรายงานต่อไปยังบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ซึ่งเป็นสถาบันที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับในการจัดเก็บข้อมูลบัญชีสินเชื่อเรื่องและความเป็นมาการชำระสินเชื่อเรื่องทุกจำพวกของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล หรือที่เราจะคุ้นเคยกันดีในชื่อเรื่องของ นั่นเอง

เมื่อผู้ขอสินเชื่อถูกบันทึกประวัติหนี้เสียบนข้อมูลเครดิตบูโร ก็จะทำให้ความน่านับถือด้านการเงินนั้นน้อยลง ซึ่งอาจจะมีผลต่อต่อการขอสินเชื่อเรื่องในครั้งถัด ๆ ไปได้นั่นเอง

ทำวิชาความรู้จัก “หนี้เสีย” หรือ NPL ของธนาคาร ต้นต้นเหตุที่นำมาซึ่งการทำให้ผลกำไรที่ได้จากเงินต้นกู้มีราคาที่สูง!
By Chutinun Sanguanprasit (Liu) -09/12/2018
ขอสินเชื่อเรื่องสถาบันการเงินยิ่งไปกว่านั้นใช้ช่วงยาวนาน ดอกเบี้ยยังแพงได้แก่ สินเชื่อเรื่องบ้านราวๆ 6-7% ต่อ 12 เดือน สินเช่ือบัตรเครดิต 18%ต่อหนึ่งปี สินเชื่อเรื่องรถยนต์ 5-6%ต่อ 12 เดือน และหลายครั้งเห็นได้ชัดข่าวจากหลายสำนักบอกว่าสถานที่ให้บริการเรื่องที่เกี่ยวกับเงินเพิ่มเติมค่าตอบแทนที่นอกเหนือจากเงินต้นเงินกู้ ด้วยเหตุว่า NPL หรือหนี้เสียสูงขึ้น NPL มีบทบาทต่อสินเชื่อเรื่องมาขนาดนั้นเลยหรือ?

อยากกู้เงินควรต้องรู้ ! ธปท. เปิดเผย 3 กฎพิจารณาสินเชื่อเรื่อง ทั้งแบงก์-นอนธนบัตร-บัตรเครดิต

เพราะเหตุใดแบงก์ชาติต้องคุมเข้มสินเชื่อเช่าซื้อรถ หนี้เสียกลุ่มนี้มีพฤติกรรมน่าห่วงยังไง?

1. หนี้เสีย ส่งผลให้เสียกฎระเบียบ
ถ้าหากเรามีหนี้เสีย ย่อมมีความหมายว่าเริ่มกระทบต่อชีวิตของพวกเราสำหรับเพื่อการผ่อนจ่าย การจัดการค่าตอบแทนต่างๆ ทำให้พวกเราไม่อาจจะสร้างวินัยสำหรับการจัดการเงินระยะยาวได้ ท้ายสุดจะสำเร็จเสียต่อชีวิตทั้งเรื่องการเก็บรวบรวมเงิน ลงทุน ไปจนกระทั่งการหมุนเวียนเพื่อที่จะใช้จ่ายในชีวิตทุกวัน

เทคนิคปรับแก้ประเด็นนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ คือ การจำกัดสัดส่วนในการเป็นหนี้ เพราะเหตุว่าคนเราไม่จะต้องเป็นหนี้เกิน 40% ของค่าแรงงาน เป็นต้นว่า ค่าจ้างรายเดือน 20,000 ไม่แนะนำให้มีหนี้เกิน 8,000 บาท เนื่องจากว่าจะมีผลให้พวกเราไม่มีเงินพอจ่ายในชีวิตรายวัน ถ้าเรารู้จักดีคิดแผนเรื่องการเงินด้วยแนวทางจดบัญชีรายรับรายการที่ต้องจ่ายของตัวเองอย่างบ่อยๆสม่ำเสมอไป วางงบโดยประมาณการใช้จ่ายของตนเอง กำหนดจุดมุ่งหมายชีวิตให้และแจ่มแจ้งและทำตามอย่างอย่างไม่ลังเล เพียงเท่านี้ระเบียบวินัยก็จะไม่เสียไปอย่างแน่ๆ

ปรับส่วนประกอบหนี้ เสียที่มาที่ไปมั้ย
การปรับส่วนประกอบหนี้ คือ การเข้าไปเจรจากับผู้ให้กู้ยืมในกรณีจ่ายหนี้ไม่ไหว ซึ่งเวอร์ชั่นการปรับส่วนประกอบหนี้ สามารถทำได้ด้วยวิธีการทำคำสัญญาขยายระยะเวลาชำระหนี้เพิ่มเติมอีกขึ้น ลดปริมาณการผ่อนเงินคืนต่องวด หรือเป็นการขอลดค่าตอบแทนที่นอกเหนือจากเงินต้นให้ลดลงชั่วคอย่างกับ หรือการยื่นขอกู้สินเชื่อก้อนใหม่เพื่อที่จะตัดหนี้ก้อนเดิม

ในเรื่องที่ลูกหนี้ยอมปรับองค์ประกอบหนี้ก่อนที่จะข้ามเส้นการเป็นหนี้เสีย โดยธรรมดาคือก่อนที่จะค้างชำระเกิน 90 วัน ข้อมูลที่จะถูกบันทึกในเครดิตบูโร จะไม่เกิดการเฉพาะเจาะจงข้อมูล “วันที่ปรับส่วนประกอบหนี้” หมายความว่า บัญชีของเราก็จะมีสถานะเป็นทั่วไป

ถ้าเจ้าหนี้ใช้วิธีปิดบัญชีเก่าแล้วเปิดบัญชีใหม่ว่าเป็นบัญชีปรับส่วนประกอบหนี้ กรณีนี้ ข้อมูลบนเครดิตบูโรก็จะแสดงให้เห็นว่าลูกหนี้ได้ทำการปรับองค์ประกอบหนี้ ซึ่งก็คงส่งผลต่อการพินิจพิเคราะห์อนุมัติสินเชื่อหรือเงินกู้ใหม่

หนี้เสีย – NPL เป็นอย่างไร?
ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้เฉพาะว่า หนี้ไม่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดค่าแรง หรือ NPL (Non-performing Loan) คือ สินเชื่อเรื่องค้างชำระมากมายยิ่งกว่า 3 เดือนสื่อสารกัน (หากค้างจ่ายค่างวดติดกัน 30-90 วันเป็นหมู่ที่จำเป็นที่จะต้องเฝ้าดูมองเป็นพิเศษเรียกว่า Special mention (SM))

เมื่อผู้บริโภคค้างชำระหนี้ หรือค้างจ่ายค่างวดติดกัน 3 เดือนขึ้นไป ธนาคารจะติดตามหนี้บ่อยครั้งขึ้น แต่ถ้าเป็นสินเชื่อรถยนต์จะสามารถไปสู่กรรมวิธีการยึดทรัพย์ได้แล้ว และบางคำสัญญากู้หากไม่ถูกนัดชำระหนี้ตามที่กำหนดจะเพิ่มเติมอีกอัตราผลกำไรที่ได้จากเงินต้นเงินกู้ (ทั้งเงินต้นและค่าตอบแทนที่นอกเหนือจากเงินต้นที่ค้างอยู่) ดังเช่น สินเชื่อเรื่องบ้านค่าตอบแทนที่นอกเหนือจากเงินต้นล่าสุดอยู่ที่ 6% เมื่อเบี้ยวไม่จ่ายหนี้ครบ 75 วัน ผลกำไรที่ได้จากเงินต้นเงินกู้จะขยับเป็น 13% หรือสินเชื่อเพื่อการทำธุรกิจของ SME เมื่อคนซื้อไปขอปรับส่วนประกอบหนี้กับสถานที่ให้บริการเรื่องที่เกี่ยวกับเงินแล้ว สถานที่ให้บริการเรื่องที่เกี่ยวกับเงินมักให้คนซื้อเซ็นคำสัญญาเพิ่มเติมอีกใบ โดยมากจะชี้เฉพาะว่าถ้าผิดนัดชำระหนี้เพียง 1 วัน ผู้ใช้จะต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มอีกขึ้นเป็น 15% ในทันที ฯลฯ

. หนี้เสีย นำมาซึ่งการทำให้เสียการกำกับการชีวิตและเครดิตการเงิน
ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยมองมีความเห็นว่า เป็นหนี้ก็แค่ไม่จ่าย จ่ายไม่ไหว อยากจะยึดอะไรได้ก็ยึดไปสิ แต่หากจำลองคิดสิว่า ถ้าหากเป็นหนี้ถึงจุดหนึ่งแต่ยังไม่แก้ที่นิสัยวิธีการใช้เงินของตน ทั้งใช้จ่ายเกินฐานะ ใช้จ่ายใช้จ่ายแบบสูญเปล่า ใช้เงินมือเติบ เราจะต้องเหน้าจอสิ่งที่มีลักษณะวนไปจนครบรอบหนี้ติดตามเป็นเงาเป็นไปไม่ได้หยุด ไม่ว่าจะเป็น ถูกเฝ้าติดตามทวงถามเงินค้างชำระ หมุนเงินจนหัวหมุนก็ยังคงใช้เงินน้อยเกินไปในชีวิตแต่ละวัน และท้ายที่สุดมันจะทำให้เราไม่ปรากฏค่าของตนเองตอนท้าย เหมือนกับผู้คนที่ยุติชีวิตไว้กับการเป็นหนี้เพียงแค่นั้น ที่ร้ายกว่านั้น อาจจำเป็นจะต้องหนีหนี้ไม่มีทางใช้ชีวิตอย่างสงบได้

เทคนิคแก้ไข คือ สิ่งที่ทำแล้วได้ตอนแรกคือหยุดสร้างหนี้ ด้วยการไม่สร้างภาระเพิ่ม แล้วเดินหน้าแก้ปัญหาด้วยการเสวนากับเจ้าหนี้ เพื่อจะหาทางออกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเพื่อการปลดหนี้ สิ่งที่สองคือการเปลี่ยนแปลงนิสัยและรู้จักจัดสรรแยกประเภทส่วนการใช้ชำระเงิน ถ้าเป็นไปได้ควรจะปันเงินส่วนใดส่วนหนึ่งไปประหยัด เพื่อสร้างกฎระเบียบการใช้เงินและสร้างความไว้ใจในตัวของเราเองว่าพวกเราสามารถลดหนี้สินและเพิ่มเงินสะสมเพื่อจะอนาคตได้

3. หนี้เสีย ทำให้คลาดโอกาสต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต
ทดลองจินตนาการดูซิว่า ถ้าฝันต้องการไปล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ หรือฝันต้องการไปศึกษาต่อปริญญาโทที่ซีกโลกดวงตะวันตกสักครั้งในชีวิต หรือฝันต้องการเป็นเจ้าของคอนโดสักห้องเพื่อจะทำผลกำไรสร้างอนาคตและลงหลักปักฐานก่อนอายุ 35 ปี หรือโอกาสดีๆ ในชีวิตอีกเยอะมากของคุณ ทุกอย่างจะไม่มีทางกำเนิดขึ้นได้ถ้าหากชีวิตคุณถูกรัดรึงด้วยกับดักหนี้สินที่ฉุดรั้งคุณให้หมดโอกาสสำหรับในการใช้ชีวิต

อย่างไรก็ดีข้อมูลบนเครดิตบูโรที่บ่งชี้ถึงการปรับองค์ประกอบหนี้เชิงผ้องกันแบบนี้ และลูกหนี้ก็สามารถปฏิบัติตามข้อแม้ และผ่อนชำระหนี้ได้โดยตลอด ย่อมเป็นต่อกว่าการมีความเป็นมา หนี้เสีย บนข้อมูลเครดิตบูโรแน่นอน

หนี้เสียส่งผลกระทบยังไงบ้าง

1.หนี้เสีย สร้างกฎระเบียบด้านการเงินที่ชั่วร้าย กระทบการผ่อนจ่ายหนี้ก้อนอื่น ๆ ถ้ามี ตลอดจนกระทบต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตแต่ละวันในระยะยาว

2.เครดิตทางด้านที่เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินเสียหาย ส่งผลให้เมื่อมีสาเหตุฉุกเฉิน ควรต้องขอสินเชื่อครั้งต่อมา มีสิทธิสูงมากที่จะไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้ ส่งผลเสียระยะยาว

3.ถูกฟ้องร้อง ยึดทรัพย์ กรณีที่ผู้ขอสินเชื่อไม่สามารถจ่ายคืนหนี้ที่ก่อไว้ได้ เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องร้องลูกหนี้ และอาจถูกยึดทรัพย์สินได้

NPL กับเครดิตบูโร เกี่ยวกันยังไง?
เครดิตบูโร (NCB) คือ ศูนย์ข้อมูลเครดิตที่จะรวบรวม และเก็บข้อมูลพฤติกรรมการเงินผู้บริโภคจากธนาคารเอกชน และภาครัฐมาไว้ร่วมกัน วัตถุประสงค์คือมาช่วยลดเหตุที่ไม่คาดฝันและเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการให้สินเชื่อเรื่อง เพื่อจะคุ้มครองข้อขัดข้องหนี้เสียในระบบเศรษฐกิจ หรือหนี้ที่ไม่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดค่าตอบแทน (NPL)

ด้วยเหตุนั้นทั้งผู้ใช้ที่ความประพฤติปฏิบัติการชำระหนี้ดี และค้างชำระจะถูกส่งมาที่ NCB ทั้งสิ้น และเป็นเยี่ยมในฐานข้อมูลที่สถานที่ให้บริการเรื่องที่เกี่ยวกับเงิน และสถานที่ให้บริการเรื่องที่เกี่ยวกับเงินใช้พิจารณาว่าให้สินเชื่อลูกค้าคนนี้ดีมั๊ย? แต่ธนาคารจะเข้ามาใช้ข้อมูลนี้มิได้ถ้าคนซื้อไม่อนุญาตให้สถาบันการเงินใช้ข้อมูลนี้

เคล็ดวิธีปรับปรุง คือ การลดค่าใช้จ่ายใช้จ่ายแบบไม่จำเป็น หรือแปลงไลฟ์สไตล์บางสิ่งของตัวเอง อย่างเช่น ถ้าค่าตอบแทนนิดหน่อย แต่จำเป็นต้องผ่อนทั้งรถ ทั้งคอนโด หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ราคาสูง ควรจะตัดใจพิจารณาเก็บไว้เจาะจงค่าใช้จ่ายที่ขาดไม่ได้ที่สุดก่อน แล้วตัดใจขายสินค้าใช้จ่ายมากเกินไปบางรายการเพื่อที่จะเอาเงินก้อนไปชำระหนี้ก่อน หรือถ้าชีวิตเป็นกิจวัตรเคยดื่มกาแฟแก้วละหลายร้อยบาท ทดสอบเปลี่ยนไปดื่มกาแฟที่ราคาย่อมเยาลง จำลองคำนวณราคาค่ากาแฟทั้งปีดู เชื่อบ้างมั๊ยออมเงินลงได้หลายๆพันบาทเลยทีเดียว

ข้อเสียทั้ง 3 ข้อที่ว่ามา ถ้าเกิดเราย้อนไปไปสักนิด ก่อนที่จะจะคิดเป็นหนี้ เราคงจะจึงควรไตร่ตรองถึงวงรอบสำหรับการสร้างรายจ่ายในแต่ละรายการแถมยังมี คงจะช่วยให้เห็นรูปรวมรายการที่ต้องจ่ายทั้งหมดทั้งมวลที่เราจำเป็นต้องรับผิดถูกใจ ซึ่งจะช่วยทำให้เราประเมินได้ว่า พวกเราควรซื้อของชิ้นนั้นๆ หรือเปล่า ตัวอย่างเช่น ผู้คนที่ซื้อรถ จำเป็นที่จะต้องคิดไปถึงค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษารถ ค่าน้ำมัน ค่าที่จอดรถ ค่าประกันรถ หรือผู้บริโภคคอนโด จึงควรพิจารณาถึงค่าเฟอร์นิเจอร์ ค่าวางแบบตกแต่ง ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายซ่อมแซม ซึ่งหากเราสังเกตเห็นเรื่องพวกนี้ก่อน ถึงระหว่างนั้นอาจตอบกับตัวของเราเองได้ว่า นี่เป็นแค่ความอยากได้ หรือเป็นความจำเป็นมากที่พวกเราควรซื้อ

ฉะนั้น การแยกประเภทช่วง ‘ความจำเป็นมาก’ กับ ‘ความต้องการ’ ก่อนใช้เงินทุกครั้ง จะช่วยทำให้เราเปลี่ยนเป็นคนฉลาดเฉลียวในการใช้เงิน และไม่ก่อเงินที่จะต้องใช้คืนจนเกินฐานะ ถึงถึงแม้ว่าสมรรถนะสำหรับในการสร้างค่าแรงที่เสริมเติมขึ้นจะเป็นตัวแปรหนึ่งที่ทำให้พวกเรามีโอกาสแปลงความอยากให้เป็นจดจำเป็นได้เพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งจำเป็นที่เราควรจะความทรงจำไว้ทุกก่อนหน้าใช้ชำระเงิน คือ ‘คิด’ ก่อน ‘ใช้’ และ ‘เก็บ’ ก่อน ‘จ่าย’ เพื่อที่จะอนาคตทางการเงินป้อมคงของตัวคุณเอง